ยินดีต้อนรับผู้เยี่ยมชมทุกท่านเข้าสู่บล๊อก PaTcHaRa

25 มิถุนายน 2555

จับนร.เมืองเพชรเปิดม่านรูดสวิงกิ้ง


เรื่องเล่าเช้านี้....
http://www.youtube.com/watch?v=OoDuFXGMjW4&feature=watch_response  คลิป 2
เรื่องเล่าเช้านี้ ย้อนหลังจับนร.เมืองเพชรเปิดม่านรูดสวิงกิ้ง
     ชาวบ้านเอือมระอา โทรฯแจ้งตร.บุกจับนักเรียนชาย-หญิงเมืองพชรบุรีอายุประมาณ 14-17 ปี เข้าม่านรูดสวิงกิ้ง รับเสียงอ่อยนัหนีเรียนมาสวิงกิ้งกันทุกเช้า. สารวัตรนักเรียนเผยเด็ก 10 คนมั่วสุมม่านรูด-ทำผิดฐานหนีเรียน ทางสถานศึกษาจะต้องดำเนินการพิจารณาลงโทษตามระเบียบต่อไป ขณะที่ผู้ประกอบการโรงแรมม่านรูดที่ปล่อยปละละเลยให้นักเรียนเข้าไปใช้บริการ จะถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 26(3) ข้อหายุยงส่งเสริมให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ประพฤติตนไม่เหมาะสม โทษจำคุก 3 เดือนหรือปรับ 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

23 มิถุนายน 2555

พ่อวัย 32 ใช้เศษกระจกจี้คอลูกสาววัย 2 ขวบ หลังทะเลาะแย่งลูกกับภรรยา


พ่อจี้คอลูกสาว
 

         พ่อวัย 32 ใช้เศษกระจกจี้คอลูกสาววัย 2 ขวบ หลังทะเลาะแย่งลูกกับภรรยาที่แยกกันอยู่ เจ้าหน้าที่เจรจานานกว่า 3 ชั่วโมง จนยอมปล่อยตัว

         วันนี้(22มิ.ย.55) นายสุวิชา บุญประสงค์ ใช้เศษกระจกจี้คอลูกสาววัย 2 ขวบครึ่ง นั่งอยู่ริมระเบียบชั้น 7 ของเสรีภาพคอนโดในซอยงามวงศ์วาน 23 หน้าวัดบัวขวัญ ตั้งแต่เวลา15.00น. ที่ผ่านมา ตลอดเวลาตะโกนเรียกร้องจะพาลูกไปอยู่ด้วยและไม่ให้ตำรวจเข้าใกล้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากนายสุวิชามีเรื่องทะเลาะกับภรรยาที่แยกกันอยู่ ซึ่งช่วงบ่ายที่ผ่านมานายสุวิชากลับมาที่บ้านของภรรยาเพื่อขอลูกสาวไปเลี้ยงโดยอ้างว่าผู้เป็นแม่ดูแลลูกไม่ดี แต่ทางญาติฝ่ายแม่ไม่ยอมให้พาตัวลูกสาวไปด้วย จึงเกิดการโต้เถียงกัน จนนายสุวิชาเกิดความเครียดใช้เศษกระจกจี้คอลูกแล้วออกไปอยู่นอกระเบียง เรียกร้องให้ญาติยอมให้ลูกไปเลี้ยง

          ต่อมานางชนิดา บุญประเสริฐ พี่สาวนายสุวิชาได้ช่วยเจรจายื่นข้อเสนอให้ปล่อยลูกแล้วจะยอมให้ลูกไปเลี้ยง จนกระทั่งเวลา 17.30 น. นายสุวิชาจึงยอมทิ้งเศษกระจกจากคอลูกสาว แต่ยังไม่ยอมกลับเข้าห้องเนื่องจากกลัวว่าจะถูกตำรวจจับดำเนินคดีและกลัวถูกรุมประชาทัณฑ์ จนสุดท้ายนักข่าวท้องถิ่นได้เข้าช่วยเจรจารับอาสาจะพาไปส่งบ้านย่านบางบัวทองนายสุวิชาจึงอุ้มลูกสาวขึ้นรถไปด้วย โดยนายสุวิชา ยืนยันว่าที่พาลูกออกมานอกระเบียงเพราะจะกระโดดพาลูกหนีญาติภรรยา แต่ระเบียบสูง 7 ชั้นจึงไม่กล้ากระโดดลงมา และที่ใช้เศษกระจกจี้คอลูกเพราะต้องการขู่เท่านั้นไม่มีเจตนาทำร้ายลูกสาว

ขอบคุณข้อมูลจาก tnnthailand

21 มิถุนายน 2555

นักศึกษาเทคนิคจันทบุรีนับสิบ ของขึ้นกลางพิธีไหว้ครู



นักศึกษาเทคนิคจันทบุรีนับสิบ ของขึ้นกลางพิธีไหว้ครู

นักศึกษาเทคนิคจันทบุรีนับสิบ ของขึ้นกลางพิธีไหว้ครู

นักศึกษาเทคนิคจันทบุรีนับสิบ ของขึ้นกลางพิธีไหว้ครู

นักศึกษาเทคนิคจันทบุรีนับสิบ ของขึ้นกลางพิธีไหว้ครู

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ Khaokhon สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

            นักศึกษาเทคนิคจันทบุรีนับสิบคน ของขึ้นกลางพิธีไหว้ครู บ้างก็ล้มพับหมดสติ บ้างก็ลุกขึ้นยืนร่ายรำ จนพราหมณ์ต้องหยุดทำพิธีชั่วขณะ ด้าน ผอ. กล่าว เป็นอุปทานหมู่


            เมื่อเวลา 08.00 น. ของวานนี้ (21 มิถุนายน) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วิทยาลัยเทคนิค จ.จันทบุรี มีพิธีไหว้ครู ประจำปี 2555 โดยมีคณะครู อาจารย์ และนักศึกษา จำนวนกว่า 3,000 คน เข้าร่วมในพิธี ในขณะที่พราหมณ์ประกอบพิธีบวงสรวงองค์พระวิษณุกรรม ก็ได้เกิดเหตุการณ์อุปทานหมู่นักศึกษาชาย-หญิง นับสิบคน ค่อย ๆ ทยอยลุกขึ้นมา ออกท่าทางร่ายรำ หรือที่เรียกกันว่า เจ้าลงองค์ประทับ หรือของขึ้น พร้อมส่งเสียงกรีดรร้องโหยหวน บางคนก็ถึงกับเป็นลมล้มพับหมดสติไป ทั้งนี้ คณะครูและเพื่อน ๆ ต้องรีบหามเข้าห้องพยาบาลกันอย่างชุลมุน

            ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ขณะที่พราหม์ทำพิธี ก็มีนักศึกษาของขึ้นอย่างต่อเนื่อง บ้างก็หมดสติ บ้างก็ร้องไห้ บ้างก็กรีดร้องด้วยอาการหวาดกลัว จนพราหมณ์ต้องหยุดทำพิธีชั่วขณะ พร้อมให้ลูกศิษย์ และภารโรงที่เชื่อว่ามีอาคม เข้าไปทำพิธีสะกดจิตนักศึกษาที่ของขึ้นดังกล่าว จากนั้นนักศึกษากลุ่มนั้น ก็กลับมาเข้าสู่ภาวะปกติ

            ขณะที่ นายสมชาย ธำรงสุข ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิค จ.จันทบุรี เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาทางวิทยาลัยทำพิธีไหว้ครูทุกปี แต่เหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก ซึ่งหากมองในแง่วิทยาศาสตร์นักศึกษาที่มีอาการดังกล่าว น่าจะเกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือที่บ้านของนักศึกษามีการทรงเจ้า ประกอบกับเมื่อได้ยินเสียงสวดพิธีทางพราหมณ์ ทำให้เกิดวิตกจริต และแสดงท่าทางออกมาโดยไม่รู้ตัว หรือที่เรียกกันว่า ของขึ้น

            ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิค จ.จันทบุรี กล่าวต่อว่า ถ้าหากกล่าวตามหลักไสยศาสตร์ คณะครู และนักศึกษาหลายคน มีความเชื่อว่า นักศึกษาที่ของขึ้นนั้น อาจจะเคยเข้าร่วมพิธี หรือเป็นลูกศิษย์สำนักต่าง ๆ เพื่อสักยันต์ หรือเล่นของ ตามความเชื่อว่า จะทำให้ผลการเรียนดีขึ้น แต่ทั้งนี้ ถ้าจิตใจไม่กล้าแข็งพอ เมื่อเข้าร่วมพิธีบวงสรวงก็จะควบคุมตัวเองไม่อยู่ จนของในตัวแสดงอิทธิฤทธิ์ออกมา อย่างไรก็ตาม หลังเสร็จสิ้นพิธีไหว้ครู บรรดานักศึกษาที่ของขึ้น ก็กลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว 


นักศึกษาเทคนิคจันทบุรีนับสิบ ของขึ้นกลางพิธีไหว้ครู - ช่วงนาทีที่ 5.37 - 7.35

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

จับตา! ศาลตัดสินคดีสาวซีวิค ชนรถตู้ 9 ศพ วันนี้


รถตู้ตกโทล์เวย์

รถตู้ตกโทลเวย์

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เรื่องเล่าเช้านี้

          จับตา! ตัดสินคดีสาวซีวิคชนรถตู้ 9 ศพ วันนี้ (22 มิถุนายน) หลังจำเลยนำพยานเข้าสืบ 3 ปาก บอกถ้าใครขับมาในลักษณะนี้ ก็ต้องชน อุบัติเหตุดังกล่าวเป็นเรื่องสุดวิสัย 

           วานนี้ (21 มิถุนายน) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุภัค สิทธิวนิช อัยการพิเศษฝ่ายคดีเยาวชนและครอบครัว 1 เปิดเผยเกี่ยวกับกรณีศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง นัดฟังคำพิพากษา สาวซีวิค อายุ 18 ปี เยาวชนขับรถเฉี่ยวชนรถตู้ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 9 ศพ ว่า ในวันนี้ (22 มิถุนายน) ศาลได้นัดฟังคำพิพากษากรณีดังกล่าว ส่วนผลจะออกมาอย่างไร ตนไม่ขอออกความเห็น เนื่องจากไม่อาจคาดเดาดุลยพินิจของศาลได้ 
           ทั้งนี้ นายสุภัค กล่าวว่า คดีดังกล่าวเป็นความผิดฐานประมาท ซึ่งหากเป็นผู้ใหญ่กระทำความผิดดังกล่าว ศาลคงให้รอลงอาญา ส่วนกรณีเป็นเยาวชนก็คงจะเช่นเดียวกัน ส่วนจะมีการอุทธรณ์หรือไม่นั้น ปกติศาลจะไม่อุทธรณ์ในคดีเยาวชนอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ต้องเสนอให้อธิบดีการสำนักคดีเยาวชนและครอบครัวเป็นผู้พิจารณาอีกครั้ง 

           สำหรับข่าวสาวซีวิค ชนรถตู้เสียชีวิต 9 ศพ คดีนี้เกิดเหตุเมื่อช่วงค่ำวันที่ 27 ธันวาคม 2553 ขณะที่สาวซีวิค อายุ 17 ปี (ขณะนั้น) ได้ยืมรถฮอนด้าซีวิค ของเพื่อน ทะเบียน ฎว 8461 กทม. มาขับ เมื่อมาถึงช่วงโทลล์เวย์ขาเข้า บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ฝั่งวิภาวดี รถดังกล่าวได้พุ่งชนรถตู้โดยสารโตโยต้า คอมมูเตอร์ ทะเบียน 13-7795 กทม. วิ่งระหว่าง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต-อนุสาวรีย์ชัย เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งนี้ จำนวน 9 คน

           อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2554 ทางอัยการได้ยื่นฟ้อง สาวซีวิค เป็นจำเลยฐานขับรถโดยประมาท จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและบาดเจ็บสาหัส และใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ แต่ทั้งนี้ จำเลยปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และใช้หลักทรัพย์เป็นกรมธรรม์ประกันอิสรภาพมูลค่า 1 แสนบาท ประกันตัวออกไป จากนั้น สาวซีวิค ได้นำพยานเข้าสืบเพียง 3 ปาก ได้แก่ ตัวจำเลยเอง, ทนายความ และบริษัทประกันภัยเจ้าของรถซีวิคที่ซื้อกรมธรรม์ไว้ โดยนำสืบในประเด็นทำนองว่า อุบัติเหตุดังกล่าวเป็นเหตุสุดวิสัย สาวซีวิค ขับรถมาตามปกติ ซึ่งถ้าใครที่ขับมาในลักษณะเดียวกัน อย่างไรก็ต้องชนรถตู้คันดังกล่าว ทั้งนี้ ศาลได้นัดตัดสินคดีในวันนี้ (22 มิถุนายน) ส่วนผลการตัดสินจะเป็นอย่างไร จะรายงานให้ทราบต่อไป 

19 มิถุนายน 2555

ว่อนเน็ต!พบไข่แมลงวันในไก่ทอดชื่อดัง

และแล้ว ก็ถึงวันที่ต้องมาโพสต์เองบ้าง เมื่ออะไรอยู่ในไก่ทอดของฉัน
คือว่า บ่นกับพ่อบ้านมานานหลายวันแล้วค่ะ ว่าอยากทานไก่ทอดแซ่บๆ เจ้าดังของบ้านเรา  เค้าก็เลยจัดให้ โดยไปซื้อมาเลย  2 กล่อง แบบว่าจัดเต็ม จะได้ไม่กวนใจกันอีก

พอได้มาแล้ว เปิดกล่องแรกไม่ได้สนใจอะไรแล้ว หิวมว้ากกก จัดการอย่างรวดเร็วค่ะ 3 ชิ้น ก็อร่อยสมกับที่อยากทาน

พักดื่มน้ำนิดนึง กะว่าจะจัดการให้สิ้นซากเลย อิอิ
แต่เมื่อเราเปิดกล่องที่ 2 ออกมาไฉนจึงเจออะไรแปลกๆ ผสมมาด้วย อว้ายยยยยยยยย









Nao Robot หุ่นยนต์จิ๋วแดนซ์กระจาย

[เอ.อาร์.ไอ.พี, www.arip.co.th] ที่ผ่านมา Nao ฮิวแมนอยด์จิ๋วจากแดนน้ำหอม มักจะออกมาแสดงความสามารถให้ได้เห็นกันอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการทรงตัวที่เยี่ยมยอด การมองเห็นเจ้าของ หรือสื่อสารกันเองได้ ตลอดจนการใช้นิ้วเล็กๆ ของมันทั้งสามหยิบสิ่งของได้อย่างน่าอัศจรรย์ มาวันนี้ เจ้า Nao จาก Aldebaran กลับมาอีกครั้ง คราวนี้ไม่ได้มาแค่ตัวสองตัวแบบแต่ก่อน แต่มากัน 20 ตัว

การรวมตัวครั้งนี้ของ Aldebaran Nao เพื่อการแสดงชุดใหญ่ที่หาดูไม่ได้ง่ายนัก นั่นก็คือ การเต้นด้วยลีลาท่าทางต่างๆ ทั้งเร็ว และช้า เพื่อให้เห็นความสามารถของการเคลื่อนไหวที่ลื่นไหล และการทรงตัวที่เป็นเยี่ยมอีกครั้ง ไม่รวมถึงความพร้อมเพรียงในการเต้นที่ดูแล้วน่ารัก และน่าทึ่งมากๆ สำหรับการแสดงชุดดังกล่าวใช้เวลานาน 8 นาที 40 วินาที และมีขึ้นที่งานเซี่ยงไฮ้ เอ็กซ์โป 2010 ลองชมเองดีกว่า บอกได้คำเดียวว่า สุโค่ย!!!
ข้อมูลจาก: YouTube

หุ่นยนต์ตอบสนองตาม"อารมณ์"มนุษย์


[เอ.อาร์.ไอ.พี, www.arip.co.th] นับวันหุ่นยนต์จะได้รับการพัฒนาให้มีความสามารถใกล้เคียงมนุษย์มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเปิดเดินเหิร วิ่ง หรือแม้แต่ออกตัวถีบจักรยาน และเบรคได้เอง ตลอดจนแสดงท่าทางต่างๆ รวมถึงการตอบสนองต่อคำสั่งจากเสียงพูดของมนุษย์ ล่าสุดได้มีการพัฒนาให้หุ่นยนต์เพื่อนเล่นอย่าง Nao สามารถอ่าน"อารมณ์"ของเจ้าของ เพื่อตอบสนองตามการแสดงสีหน้าที่ัมันเห็น เช่น ยิ้ม หรือโกรธบึ้ง
ห้องวิจัยความฉลาดเทียมในมหาวิทยาลัยซึกุบะที่ประเทศญี่ปุ่นได้พัฒนาอินเตอร์เฟซที่สามารถตรวจจับอารมณ์+ เช่น การยิ้ม หรืออารมณ์ที่เป็น - เช่น อาการหน้าบึ้ง โดยสามารถส่งผ่านสัญญาณที่อ่านได้ไปยังหุ่นยนต์ ซึ่งในที่นี้ใช้ฮิวแมนอยด์ Nao ซึ่งคำสั่งที่อ่านจากอารมณ์ด้วยอินเตอร์เฟซดังกล่าวจะถูกเปลี่ยนเป็นคำสั่งให้ Nao แสดงการตอบสนองที่สอดคล้องกัน โดยเราสามารถฝึกหัดให้ Nao แสดงอาการตอบสนองได้คล้ายกับการฝึกเด็กๆ หรือสัตว์เลี้ยง
ในที่นี้ ทางนักวิจัยได้ฝึกให้ Nao ตอบสนองด้วยแอคชันที่ต่างกัน โดยขึ้นอยู่กับอารมณ์ ซึ่งเจ้า Nao จะอ่านจากสีหน้าของผู้ทดสอบ โดยหากผู้ทดสอบทำหน้าบึ้ง Nao ก็จะไม่ให้บอล แต่หากผู้ทดสอบทำหน้ายิ้มแย้ม มันก็จะปล่อยลูกบอลออกจากมือ ประเด็นที่น่ากลัวเล็กน้อยก็คือ หากเทคโนโลยีนี้ถูกนำไปพัฒนาต่อในทางที่ไม่ถูกต้องล่ะก็คงน่ากลัวพิลึก คุณผู้อ่านเว็บไซต์ arip ล่ะครับ คิดเห็นอย่างไรกับแนวทางพัฒนาหุ่นยนต์ให้มีความฉลาดขึ้นในลักษณะนี้
เว็บไซต์ในข่าว: University of Tsukuba AI Lab