ยินดีต้อนรับผู้เยี่ยมชมทุกท่านเข้าสู่บล๊อก PaTcHaRa

11 พฤศจิกายน 2555

โสดแบบไหนที่คุณเป็น???

แบบที่ 1 คืนนี้ไม่มีดวงดาว ( โสดช่างฝัน ) 

คนโสดประเภทนี้ชื่อก็บอกอยู่ว่าเป็นคนชอบเพ้อ ชอบฝัน ชีวิตเหมือนอยู่ในเทพนิยาย ตลอดเวลา ได้แต่เฝ้ารอคอยว่าวันหนึ่งจะมีเจ้าชาย หรือเจ้าหญิง มารับไปอยู่ในปราสาท คนโสดในกลุ่มนี้มักเป็นคนช่างเลือก และหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง จนบางครั้งลืมมองไปว่าคนอื่นเขาก็อยากเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองเหมือนกัน 

คนพวกนี้เหมาะที่จะอยู่ในโลกของความฝันมากกว่าโลกของความเป็นจริงเพราะว่าชอบคิดเข้าข้างตัวเอง เพ้อฝันไปเรื่อย ไม่มีที่สิ้นสุด คนพวกนี้เลยจัดอยู่ในจำพวกโสดช่างฝันนั่นแหละ เหมาะแล้ว 

แบบที่ 2 บ้านนี้ไม่มีแมลง ( โสดซ่อนกิ๊ก)

คนโสดประเภทนี้ ต้องบอกว่าเป็นคนประเภทโสด แต่ไม่สด พวกนี้เคยมีแฟนหรือเคย มีชีวิตคู่ แล้วต้องกลับมาอยู่เป็นโสด คนโสดประเภทนี้ ถ้าเรามองด้วยตาเปล่าก็จะเหมือนกับคนโสดธรรมดาทั่วไปแต่ถ้าเอากล้องจุลทัศน์มาส่องดูจะเห็นว่าแอบมีกิ๊กซ่อนอยู่บอกใครก็ไม่ได้เพราะต้องครองสถานภาพโสดทางสังคมเข้าอาการน้ำท่วมปากก็เลยต้องมีคู่แบบหลบซ่อนไปเรื่อยๆ นี่หละเข้าตำรา โสดซ่อนกิ๊ก

แบบที่ 3 ถนนที่ไร้ปลายทาง ( โสดป่าเดียวกัน )

คนโสดประเภทนี้ เป็นประเภทไปหลงรักกับพวกผิดฝาผิดตัว ผิดที่ผิดทาง จะว่ากันจริงๆผิดเพศน่าจะตรงกว่า คนพวกนี้ก็จัดอยู่ในพวกคนที่แสนดี เพราะเป็นคนที่เสียสละมากไม่ว่าเขาจะเป็นยังไงก็รัก ทั้งๆ ที่รู้ว่าคนที่ไปรักถูกสาปให้ต้องเป็นแบบนี้ เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะโค่นป่าทั้งป่า ก็คงจะเปลี่ยนให้เขากลับมาชอบเพศตรงข้ามไม่ได้แต่คนโสดกลุ่มนี้ดูไปแล้วก็น่าอิจฉา เพราะอย่างน้อยก็ยังมีความรักหล่อเลี้ยง ทั้งๆที่รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้แต่ก็ยินดี เรียกได้ว่าเป็นพวกโสดไม่มีที่สิ้นสุด ดีเลิศประเสริฐแท้ 

แบบที่ 4 มันเป็นเรื่องของรอยกงเกวียน ( โสดภาคบังคับ )

คนโสดประเภทนี้ไม่ได้มีความอยากอยู่เป็นโสดแม้แต่น้อย แต่จำเป็นต้องอยู่เป็นโสดเพราะถูกคนที่มีอิทธิพลต่อชีวิต หรือจะเรียกว่าผู้มีพระคุณ ตั้งกฎเกณฑ์บังคับให้ต้องอยู่เป็นโสด ถึงแม้ว่าจะพยายามค้นหาและไขว่คว้า หรือจะเอาชนะอย่างไร ก็ไม่อาจจะพ้นจากความโสดได้ จนแล้วจนรอดก็ต้องถูกบังคับให้กลับมาเป็นโสด เหมือนเดิม เฮ้อช่างน่าสงสารจริงๆ

แบบที่ 5 กว่าจะถึงเส้นแพ้ ( โสดรอด้ายยยย …)

ไม่เป็นไรรอด้ายยย' เป็นคำพูดติดปากของคนโสดกลุ่มนี้ คนพวกนี้มักพูดว่าไม่เรียกร้อง ไม่ต้องการ ยินดีที่จะมอบความรักไม่หวังผลตอบแทนและก็พร้อมที่จะเป็นแต่ผู้ให้ เพียงอย่างเดียว จะว่ากันง่ายๆ ก็ไปรักคนที่มีเจ้าของ แล้วก็คิดว่าวันหนึ่งเขาจะทิ้งคนรักของเขามากหาตัวเองเพราะความดีที่ทำให้จึงได้แต่พร่ำว่า รอได้ รอได้ มันก็เลยต้องอยู่เป็นโสดเพราะว่ายังไง ก็ … รอได้ ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ตาม แต่่ถ้ามีความสุขล่ะก็เอาเห๊อะ 

แบบที่ 6 คนรักช้าง ( ทำเป็นโสด )

คนโสดพวกนี้มักจะบอกกับใครๆ ว่าตัวเองโสดอยู่ตลอดเวลา (ทั้งๆ ที่จริงๆ ไม่โสด) อันนี้จะคล้ายๆ กับโสดซ่อนกิ๊ก และก็แฉลบไปโดนกับโสดภาคบังคับอยู่นิดหน่อยเพียงแต่ว่าที่เขาทำก็ด้วยหน้าที่ ทำให้ต้องอยู่เป็นโสด คนพวกนี้จัดเป็นคนโสด เฉพาะกลุ่มสักหน่อย เพราะจะเป็นคนที่จัดอยู่ในประเภทคนของประชาชน มีคนมามอบความรักมากมายแต่ว่าไม่สามารถมีคนรักเป็นของตนเองได้เพราะกลัวว่าตัวเองจะไม่เป็นที่ยอมรับ และก็ต้องมาทำเป็น โสด นี่แหละ เหนื่อยหน่อยนะแต่ถ้าชอบก็เอา

แบบที่ 7 แต่งกับความโสด (โสดตัวกินไข่ โสดปลาไหลกินน้ำแกง)

คนโสดประเภทนี้มักมีพฤติกรรมที่เกลียดเพศตรงข้ามจนออกหน้าออกตา อาจจะด้วย อยู่มานานแล้วไม่มีใครสนใจสักที เลยทำเป็นเกลียด ขยะแขยง จริง ๆ แล้วกลัวเสียฟอร์ม หรือไม่ก็อยากมี … แต่ก็กลัวหรือคิดอีกที อาจจะเคยผิดหวังอย่างแรงทำให้เกลียดเพศตรงข้ามไปเลย แต่ในใจลึกๆ ของคนโสดประเภทนี้ อยากมีคู่มากที่สุด แต่ก็แสดงออกมาในทางตรงกันข้าม เข้าตำรา โบราณที่ว่า เกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหล กินน้ำแกง เลยต้องอยู่แบบ โสดตัวกินไข่ เพราะคนที่จะเข้ามาก็กลัวคนพวกนี้เหมือนกัน เป็นไงหละเลยโสดเลยเห็นมั้ย (บอกแล้ว)

แบบที่ 8 เหมือนดอกไม้ (โสดเสเพลย์ ( โสดสราณรมณ์))

คนพวกนี้มักจะรักอิสระ ตามหาความรักและตัวตนไปเรื่อยๆ ไม่ชอบการผูกมัด ยึดติดไม่ยอมลงเอยกับใคร และไม่อยากผูกพันธ์ คนพวกนี้ถือว่าความรักกับเซ็กส์เป็นเรื่องเดียวกัน ก็เลยค้นหาไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอกับคนที่เข้ากันได้จริงๆ แต่คนพวก นี้คงจะลืมไปว่า ไม่มีใครที่จะสมบูรณ์พร้อมไปซะทุกอย่าง มัวแต่ค้น และหาไปเรื่อย ๆ ถ้าไม่เจอก็อยู่โสดซะดีกว่า จะว่าไปคนโสดพวกนี้ ก็มีความสุขดีที่จะอยู่เป็นโสดนะ เลือกไปเรื่อยเลย

แบบที่ 9 ข้าวฟ่างอินเตอร์เน็ต ( โสดไม้ไส้ระกำ)

คนโสดพวกนี้ เป็นพวกไม่มีหัวจิต หัวใจ ไม่เคยรักใครนอกจากตัวเอง คนพวกนี้บางทีก็บริหารเสน่ห์ ให้คนมารัก ทั้งที่ตัวเองไม่ได้คิดอะไร ไม่เรียกว่าใจไม้ ใจหิน ก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดี ส่วนใหญ่คนโสดพวกนี้จะมีหน้าตาเป็นอาวุธ ใครเผลอไปรักเข้าก็ต้องมานั่งเศร้า ตกอยู่ในสภาวะโสดช้ำระกำใจ เพราะไปรักคนที่ไม่มีหัวใจ นี่แหละพวกโสดไม้ไส้ระกำ 

แบบที่ 10 ยากยิ่งสิ่งเดียว (โสดปอด ปอด )


คนโสดพวกนี้มักจะหลงรักเพื่อนตัวเอง แต่ว่าไม่กล้าบอกเพราะกลัวว่าจะเสียความเป็นเพื่อนไป เอาแต่ลังเล จดๆ จ้องๆ ไม่กล้าอยู่นั่นแหละ ได้แต่แอบรัก แอบมอง แอบหวังดีแถมไล่ให้ไปรักคนอื่นก็ไม่ไป จะให้พูดก็ไม่ยอมเหมือนกัน กลัวไปหมด เฮ้อ! ใจปลาซิวแท้ ๆ แบบนี้ไง ถึงได้เรียกว่าโสด ปอด ปอด 

06 ตุลาคม 2555

พายุแกมีทำอีสาน-กลาง-ตะวันออกฝนตกหนัก


อุตุฯคาดพายุแกมี ขึ้นฝั่งเวียดนาม 6 ต.ค.นี้ ทำภาคอีสานตอนล่าง ตะวันออก และกลาง ได้รับผลกระทบ เตือนระวังฝนตกหนักช่วง 6-8 ต.ค.
       กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนภัย ฉบับที่ 20 เรื่อง "พายุ “แกมี” (GAEMI)" ระบุ เมื่อเวลา 01.00 น. วันนี้ (6 ต.ค.) พายุโซนร้อน “แกมี” (GAEMI) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 450 กิโลเมตร ทางตะวันออกของเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม หรือที่ ละติจูด 14.0 องศาเหนือ และ ลองจิจูด 113.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 80 กม./ชม. พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 20 กม./ชม. คาดว่า พายุนี้จะจะมีกำลังแรงขึ้นและเคลื่อนขึ้นฝั่งตอนกลางของประเทศเวียดนามในวัน ที่ 6 ตุลาคม 2555 จากนั้นจะอ่อนกำลังลงและเคลื่อนผ่าน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลาง ของประเทศไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ในช่วงวันที่ 6-8 ตุลาคม 2555 บริเวณพื้นที่ตามเส้นทางเดินพายุและพื้นที่ใกล้เคียง มีฝนหนาแน่นเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึง หนักมากในหลายพื้นที่ กับมีลมแรง โดยเริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณจังหวัดอำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีษะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมา และภาคตะวันออกบริเวณจังหวัด สระแก้ว และปราจีนบุรีก่อน ส่วนภาคกลางและภาคเหนือตอนล่างจะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป ขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและลม แรงในช่วงระยะนี้
       สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนเพิ่มมากขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบน และทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 7-9 ตุลาคม 2555 โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย
       อนึ่ง ร่องมรสุมกำลังปานกลางยังคงพาดผ่านภาคกลาง และภาคตะวันออกเข้าสู่พายุ “แกมี”
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้
       ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ ตาก พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดอำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีษะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และนครราชสีมา อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
       ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยาสุพรรณบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
       ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดสระแก้ว ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร
       ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร
       ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
       กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ตร.รวบหนุ่มสติเฟืองบุกขโมยดาบพระเจ้าตากสินได้แล้ว นำกลับคืนศาล


       เมื่อวันที่ 5 ต.ค.55 เวลา 14.30 น. ที่ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หน้าค่ายตากสินจันทบุรี อ.เมืองจันทบุรี  พ.ต.อ.ผดุงศักดิ์ รักษาสุข ผกก.สภ.เมืองจันทบุรี พร้อมด้วย ร.ต.ท.อุกกฤษ แพงไธสงค์ ร้อยเวร สภ.เมืองจันทบุรี ได้นำดาบพระเจ้าตาก สีดำทอง ใบดาบมีอักขระ ภาษาขอม นำกลับมาคืนที่ศาลดังกล่าว หลังจากที่ได้มีคนร้ายอุกอาจไม่เกรงกลัวต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ขโมยดาบพระเจ้าตากสินไปจากศาล และสามารถจับกุมตัว นายตันติกร อุสาหะ อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 122/5 หมู่ 9 ต.เขาวัว อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ที่มีอาการสติฟั่นเฟือง พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งสถาบันจิตเวช รพ.พระปกเกล้าจันทบุรี
       โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ต.ค.55 ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ที่อยู่ประจำศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หน้าค่ายตากสินจันทบุรี ว่ามีคนร้ายจำนวน 1 คน ได้เข้ามาขโมยดาบพรเจ้าตาก แล้วขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วย เมื่อได้รับแจ้งแล้ว พ.ต.อ.ผดุงศักดิ์ รักษาสุข ผกก.สภ.เมืองจันทบุรี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดหนึ่งเดินทางไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุพร้อมกับเปิดกล้องวงจรปิดดู พบว่า เป็นชายรูปร่างสูงประมาณ 170 ซม. สวมเสื้อสีขาวแขนสั้น นุ่งกางเกงขาสั้นสีน้ำตาล ขับขี่ รถ จยย. ไม่ทราบรุ่น และสี  มาจอดบริเวณด้านหน้าศาล และได้เดินเข้าไปภายในศาล ขณะที่มีประชาชนเข้ามากราบไหว้บูชา สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จำนวนหลายคน แล้วได้เดินตรงเข้าไปหยิบดาบลายน้ำขาวตาล หน้าองค์พระเจ้าตากสินมหาราช หลบหนีไป
       และต่อมาในวันนี้ก็สามารถจับกุมตัวได้ในครั้งนี้ พร้อมกับนำส่งกลับคืน ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งสถานบันจิตเวช ให้แพทย์ตรวจสติเสียก่อน แล้วจะดำเนินคดีข้อหาลักทรัพย์ตามกฎหมายต่อไป.

ชนดับสยอง2นิสิตมหาวิทยาลัยบูรพา ลากศพไกลกว่า 2 กม.



วันนี้ (6 ต.ค.) พ.ต.ท.ประทีป ทองดี ร้อยเวร สภ.เสม็ด จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งจากหน่วยกู้ภัยไตรคุณธรรม ชลบุรี   ว่ามีอุบัติเหตุรถชนกันบริเวณแยกอ่างศิลาขาเข้าเมืองชลบุรี  ในที่เกิดเหตุมีผู้เสียชีวิตคาที่ 2 ราย   จึงรุดไปตรวจสอบพบ  ศพนายภาณุเดช  แดงประดับ อายุ 20 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 474/47 ซอยลาดปลาเค้า แขวงอนุสาวรีชัย เขตบางเขน กทม. ส่วนรายที่ 2 น.ส. ปิ่นรัตน์ สว่างโรจน์ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 50/5ม.1 ต.บางศรีนวล อ.เมือง จ.จันทบุรีเป็นซึ่งทั้งคู่ เป็น นักศึกษา ม.บูรพาเป็นหญิงเสียชีวิตบริเวณหน้าปั้มน้ำมัน ปตท. ถูกรถกระบะอีกคันชนแล้วลากติดคาใต้ท้องรถไป เป็นระยะทางไกลกว่า 2 กิโล เมตร  
จากการสอบสวน  นายมาโนช  บุญพรหม อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 706/157 ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี เป็นผู้ขับขี่ รถกระบะนิสสัน  สีเทา  ทะเบียน ผผ - 999 ชลบุรี  ให้การกับตำรวจ ว่าก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายทั้ง2 ได้ขี่รถ จยย. ฮอนด้า  คลิก สีน้ำตาล-ดำ หมายเลขทะเบียน จยว-721 ชลบุรี วิ่งมาตามถนนสายสุขุมวิทเข้าเมืองชลบุรีและถูกรถกระบะ อีซูซุ  ดีแม็ก สีเทา ทะเบียน ฮท -8433 กทม. ชนจนกระเด็นแล้วรถกระบะเสียหลักลงคูน้ำ ข้างทาง  มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย  เป็นชายไม่ทราบชื่อซึ่งเป็นคนขับรถคันดังกล่าว และถูกนำส่ง รพ.ชลบุรีไปก่อนหน้านี้แล้ว    แต่ตนเองก็ไม่รู้ว่ามีอุบัติเหตุและไม่ทราบว่ามีคนติดอยู่ใต้ท้องรถ ของตนเอง หลังจากที่มีรถอีกคันวิ่งแซงมาบอกจึงได้จอดรถแล้วลงมาดู  อย่างไรก็ดี ทางเจ้าหน้าที่ ตร.ได้ทำการควบคุม นายมาโนช ไว้สอบสวนก่อน ในข้อหา ขับขี่รถโดยประมาทและทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ส่วนอีกรายทางเจ้าหน้าที่ก็ตามไปอายัดตัวที่รพ.ชลบุรี ในข้อหาเดียวกัน .

26 กันยายน 2555

ฝรั่งแอบตัดต้นไม้ที่เกาะพะงัน เป็นลานโดดร่มพาราไกลดิ้ง


เป็นประเด็นร้อนที่ชาวเน็ตต่างแชร์และวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นอย่างมากในขณะนี้ เมื่อ คุณ vuddiken สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ห้องบลูแพลเน็ต ได้ตั้งกระทู้โดยใช้ชื่อหัวข้อว่า “ฝรั่งสันดานเลวกลุ่มหนึ่ง ณ เกาะพะงัน กับธุรกิจที่เห็นแก่ตัว แอบตัดต้นไม้เป็นลานโดดร่ม” เมื่อวันที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการโพสต์รูปภาพของฝรั่งที่กำลังใช้เลื่อยยนต์ เลื่อยมือ และมีดจามเข้าที่ต้นไม้ พร้อมระบุข้อความว่า “เลวจริงอะไรจริง สำหรับฝรั่งที่มาหากินในประเทศไทย แอบขึ้นไปตัดต้นไม้บนยอดเขาที่เกาะพะงันเพื่อเป็นลานโดดร่มพาราไกลดิ้ง”

ทั้งนี้ เมื่อสมาชิกเว็บไซต์พันทิปได้เห็นกระทู้ดังกล่าว ก็วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากมาย ถึงการกระทำที่ไม่เหมาะสมของนักท่องเที่ยวในครั้งนี้ แต่ก็ยังมีบางความเห็นที่ระบุว่า ฝรั่งเขาตัดแค่กิ่งไม้ ไม่ได้ตัดต้นไม้ทั้งต้นทิ้ง ส่วนทางเจ้าของเรื่อง ระบุว่า นำภาพดังกล่าวมาจาก เว็บไซต์ www.thaiparamoter.com ซึ่งให้เพื่อน ๆ สมาชิกทุกคนรีบเข้าไปดู เพราะเกรงว่าภาพดังกล่าวจะโดนลบ อย่างไรก็ตาม ล่าสุด (18 กันยายน) เมื่อเข้าไปที่หน้าเว็บไซต์ดังกล่าว ก็ไม่ปรากฏภาพของฝรั่งที่กำลังตัดต้นไม้แล้ว
ส่วนทางด้าน นายธีรยุทธ พลายสุวรรณ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านใต้ อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ได้กล่าวถึงกรณีนี้ว่า ตนได้รับรายงานเรื่องทั้งหมดแล้ว และกำลังตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเขตพื้นที่นี้อยู่ในเขตอุทยาน หรือเขตเทศบาล ซึ่ง หากเป็นความดูแลของเทศบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวคนผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ เนื่องจากต้นไม้เป็นทรัพย์สมบัติส่วนรวม อีกทั้งเกาะพะงันยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของชาวไทย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก คุณ vuddiken สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก thaiparamotor.com
ที่มา : kapook.com

ราคาเครื่องหิ้ว iPhone 5 @ MBK


iPhone 5 16 GB ขาว/ดำ ราคา 36,500 บาท
iPhone 5 32 GB ขาว/ดำ ราคา 39,500 บาท
iPhone 5 64 GB ขาว/ดำ ราคา 43,500 บาท
 ราคาเครื่องหิ้ว iPhone 5 @ online Pre – order
iPhone 5 16 GB ขาว/ดำ ราคา 30,000 บาท
iPhone 5 32 GB ขาว/ดำ ราคา 35,000 บาท
iPhone 5 64 GB ขาว/ดำ ราคา 39,000 บาท

08 กันยายน 2555

วิกฤตหนัก! ไทยขาดแคลนครูทุกวิชาเกือบ 6 หมื่นอัตรา


 วิกฤตหนัก! ไทยขาดแคลนครูทุกวิชาเกือบ 6 หมื่นอัตรา
 
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

          รายงาน กพฐ. ระบุการศึกษาไทยกำลังขาดแคลนครูทุกวิชา 58,805 อัตรา โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์ ตามด้วยภาษาต่างประเทศ และภาษาไทย

          เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา นายไกร เกษทัน ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ (สพร.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดเผยถึงสถานการณ์การขาดแคลนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามรายงานของ นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ที่เสนอขอคืนอัตราเกษียณอายุราชการปกติ 100% ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2556-2558 ว่า ตอนนี้ปัญหาการขาดแคลนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กำลังกลายเป็นเรื่องวิกฤตของการศึกษาไทย เพราะจากอัตรากำลังข้าราชการครูในโรงเรียนสังกัด สพฐ. ในปีการศึกษา 2554 พบว่า สถานศึกษาของไทยกำลังขาดแคลนครูถึง 58,805 อัตรา และรายวิชาที่มีปัญหาขาดแคลนครูมากที่สุด ดังนี้

          1. วิชาคณิตศาสตร์   ขาดแคลนครู จำนวน 8,255 อัตรา 

          2. วิชาภาษาต่างประเทศ    ขาดแคลนครู จำนวน 7,884 อัตรา 

          3. วิชาภาษาไทย     ขาดแคลนครู จำนวน  7,611 อัตรา 

          4. วิชาวิทยาศาสตร์     ขาดแคลนครู จำนวน  6,815 อัตรา 

          5. วิชาสังคมศึกษา     ขาดแคลนครู จำนวน  5,314 อัตรา 

          6. วิชาศิลปศึกษา     ขาดแคลนครู จำนวน  5,109 อัตรา 

          7. วิชาคอมพิวเตอร์     ขาดแคลนครู จำนวน  4,925 อัตรา 

          8. วิชาสุขศึกษา/พลศึกษา     ขาดแคลนครู จำนวน  3,947 อัตรา 

          9. วิชาปฐมวัย/ประถมศึกษา     ขาดแคลนครู จำนวน  3,580 อัตรา 

          10. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน     ขาดแคลนครู จำนวน  2,498 อัตรา 

          11. การศึกษาพิเศษ     ขาดแคลนครู จำนวน  1,851 อัตรา 

          12. ผู้บริหารสถานศึกษา     ขาดแคลนครู จำนวน  1,016 อัตรา

          อย่างไรก็ตาม สพฐ. ได้นำเสนอข้อมูลดังกล่าวต่อคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) แล้ว เชื่อว่า คปร. จะสามารถคืนอัตราเกษียณอายุราชการปกติ ปีงบประมาณ 2554 มาให้ สพฐ. จำนวน 3,913 อัตรา แต่เชื่อว่าน่าจะยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ ดังนั้น ทาง สพฐ. จะพิจารณาเปิดสอบคัดเลือกครูผู้ช่วยกรณีพิเศษและเหตุจำเป็น ตาม ว12 เพิ่มเติม คาดว่าจะสามารถกำหนดอัตรากำลังและปฏิทินการสอบคัดเลือกครูผู้ช่วยได้ในเร็ว ๆ นี้