ยินดีต้อนรับผู้เยี่ยมชมทุกท่านเข้าสู่บล๊อก PaTcHaRa

21 มิถุนายน 2555

นักศึกษาเทคนิคจันทบุรีนับสิบ ของขึ้นกลางพิธีไหว้ครู



นักศึกษาเทคนิคจันทบุรีนับสิบ ของขึ้นกลางพิธีไหว้ครู

นักศึกษาเทคนิคจันทบุรีนับสิบ ของขึ้นกลางพิธีไหว้ครู

นักศึกษาเทคนิคจันทบุรีนับสิบ ของขึ้นกลางพิธีไหว้ครู

นักศึกษาเทคนิคจันทบุรีนับสิบ ของขึ้นกลางพิธีไหว้ครู

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ Khaokhon สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

            นักศึกษาเทคนิคจันทบุรีนับสิบคน ของขึ้นกลางพิธีไหว้ครู บ้างก็ล้มพับหมดสติ บ้างก็ลุกขึ้นยืนร่ายรำ จนพราหมณ์ต้องหยุดทำพิธีชั่วขณะ ด้าน ผอ. กล่าว เป็นอุปทานหมู่


            เมื่อเวลา 08.00 น. ของวานนี้ (21 มิถุนายน) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วิทยาลัยเทคนิค จ.จันทบุรี มีพิธีไหว้ครู ประจำปี 2555 โดยมีคณะครู อาจารย์ และนักศึกษา จำนวนกว่า 3,000 คน เข้าร่วมในพิธี ในขณะที่พราหมณ์ประกอบพิธีบวงสรวงองค์พระวิษณุกรรม ก็ได้เกิดเหตุการณ์อุปทานหมู่นักศึกษาชาย-หญิง นับสิบคน ค่อย ๆ ทยอยลุกขึ้นมา ออกท่าทางร่ายรำ หรือที่เรียกกันว่า เจ้าลงองค์ประทับ หรือของขึ้น พร้อมส่งเสียงกรีดรร้องโหยหวน บางคนก็ถึงกับเป็นลมล้มพับหมดสติไป ทั้งนี้ คณะครูและเพื่อน ๆ ต้องรีบหามเข้าห้องพยาบาลกันอย่างชุลมุน

            ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ขณะที่พราหม์ทำพิธี ก็มีนักศึกษาของขึ้นอย่างต่อเนื่อง บ้างก็หมดสติ บ้างก็ร้องไห้ บ้างก็กรีดร้องด้วยอาการหวาดกลัว จนพราหมณ์ต้องหยุดทำพิธีชั่วขณะ พร้อมให้ลูกศิษย์ และภารโรงที่เชื่อว่ามีอาคม เข้าไปทำพิธีสะกดจิตนักศึกษาที่ของขึ้นดังกล่าว จากนั้นนักศึกษากลุ่มนั้น ก็กลับมาเข้าสู่ภาวะปกติ

            ขณะที่ นายสมชาย ธำรงสุข ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิค จ.จันทบุรี เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาทางวิทยาลัยทำพิธีไหว้ครูทุกปี แต่เหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก ซึ่งหากมองในแง่วิทยาศาสตร์นักศึกษาที่มีอาการดังกล่าว น่าจะเกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือที่บ้านของนักศึกษามีการทรงเจ้า ประกอบกับเมื่อได้ยินเสียงสวดพิธีทางพราหมณ์ ทำให้เกิดวิตกจริต และแสดงท่าทางออกมาโดยไม่รู้ตัว หรือที่เรียกกันว่า ของขึ้น

            ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิค จ.จันทบุรี กล่าวต่อว่า ถ้าหากกล่าวตามหลักไสยศาสตร์ คณะครู และนักศึกษาหลายคน มีความเชื่อว่า นักศึกษาที่ของขึ้นนั้น อาจจะเคยเข้าร่วมพิธี หรือเป็นลูกศิษย์สำนักต่าง ๆ เพื่อสักยันต์ หรือเล่นของ ตามความเชื่อว่า จะทำให้ผลการเรียนดีขึ้น แต่ทั้งนี้ ถ้าจิตใจไม่กล้าแข็งพอ เมื่อเข้าร่วมพิธีบวงสรวงก็จะควบคุมตัวเองไม่อยู่ จนของในตัวแสดงอิทธิฤทธิ์ออกมา อย่างไรก็ตาม หลังเสร็จสิ้นพิธีไหว้ครู บรรดานักศึกษาที่ของขึ้น ก็กลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว 


นักศึกษาเทคนิคจันทบุรีนับสิบ ของขึ้นกลางพิธีไหว้ครู - ช่วงนาทีที่ 5.37 - 7.35

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

จับตา! ศาลตัดสินคดีสาวซีวิค ชนรถตู้ 9 ศพ วันนี้


รถตู้ตกโทล์เวย์

รถตู้ตกโทลเวย์

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เรื่องเล่าเช้านี้

          จับตา! ตัดสินคดีสาวซีวิคชนรถตู้ 9 ศพ วันนี้ (22 มิถุนายน) หลังจำเลยนำพยานเข้าสืบ 3 ปาก บอกถ้าใครขับมาในลักษณะนี้ ก็ต้องชน อุบัติเหตุดังกล่าวเป็นเรื่องสุดวิสัย 

           วานนี้ (21 มิถุนายน) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุภัค สิทธิวนิช อัยการพิเศษฝ่ายคดีเยาวชนและครอบครัว 1 เปิดเผยเกี่ยวกับกรณีศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง นัดฟังคำพิพากษา สาวซีวิค อายุ 18 ปี เยาวชนขับรถเฉี่ยวชนรถตู้ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 9 ศพ ว่า ในวันนี้ (22 มิถุนายน) ศาลได้นัดฟังคำพิพากษากรณีดังกล่าว ส่วนผลจะออกมาอย่างไร ตนไม่ขอออกความเห็น เนื่องจากไม่อาจคาดเดาดุลยพินิจของศาลได้ 
           ทั้งนี้ นายสุภัค กล่าวว่า คดีดังกล่าวเป็นความผิดฐานประมาท ซึ่งหากเป็นผู้ใหญ่กระทำความผิดดังกล่าว ศาลคงให้รอลงอาญา ส่วนกรณีเป็นเยาวชนก็คงจะเช่นเดียวกัน ส่วนจะมีการอุทธรณ์หรือไม่นั้น ปกติศาลจะไม่อุทธรณ์ในคดีเยาวชนอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ต้องเสนอให้อธิบดีการสำนักคดีเยาวชนและครอบครัวเป็นผู้พิจารณาอีกครั้ง 

           สำหรับข่าวสาวซีวิค ชนรถตู้เสียชีวิต 9 ศพ คดีนี้เกิดเหตุเมื่อช่วงค่ำวันที่ 27 ธันวาคม 2553 ขณะที่สาวซีวิค อายุ 17 ปี (ขณะนั้น) ได้ยืมรถฮอนด้าซีวิค ของเพื่อน ทะเบียน ฎว 8461 กทม. มาขับ เมื่อมาถึงช่วงโทลล์เวย์ขาเข้า บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ฝั่งวิภาวดี รถดังกล่าวได้พุ่งชนรถตู้โดยสารโตโยต้า คอมมูเตอร์ ทะเบียน 13-7795 กทม. วิ่งระหว่าง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต-อนุสาวรีย์ชัย เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งนี้ จำนวน 9 คน

           อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2554 ทางอัยการได้ยื่นฟ้อง สาวซีวิค เป็นจำเลยฐานขับรถโดยประมาท จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและบาดเจ็บสาหัส และใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ แต่ทั้งนี้ จำเลยปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และใช้หลักทรัพย์เป็นกรมธรรม์ประกันอิสรภาพมูลค่า 1 แสนบาท ประกันตัวออกไป จากนั้น สาวซีวิค ได้นำพยานเข้าสืบเพียง 3 ปาก ได้แก่ ตัวจำเลยเอง, ทนายความ และบริษัทประกันภัยเจ้าของรถซีวิคที่ซื้อกรมธรรม์ไว้ โดยนำสืบในประเด็นทำนองว่า อุบัติเหตุดังกล่าวเป็นเหตุสุดวิสัย สาวซีวิค ขับรถมาตามปกติ ซึ่งถ้าใครที่ขับมาในลักษณะเดียวกัน อย่างไรก็ต้องชนรถตู้คันดังกล่าว ทั้งนี้ ศาลได้นัดตัดสินคดีในวันนี้ (22 มิถุนายน) ส่วนผลการตัดสินจะเป็นอย่างไร จะรายงานให้ทราบต่อไป